fbpx

 

การสูญเสียการได้ยิน

อยากให้ทุกคนลองนึกภาพว่า ถ้าในเช้าวันหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาแล้วโลกทั้งใบเงียบสนิท ไม่มีเสียงนาฬิกา ไม่มีเสียงจากคนในบ้าน ไม่มีเสียงใด ๆ ที่เราสามารถได้ยินได้ เมื่อถึงเวลานั้นเราจะรู้สึกยังไง ?

การได้ยิน ไม่ใช่แค่ช่วยให้เรา “ได้ยิน” แต่มันคือส่วนสำคัญของการดำเนินชีวิตประจำวัน เริ่มตั้งแต่การพูดคุย การเรียนรู้ การทำงาน จนไปถึงการฟังเสียงเตือนภัยเพื่อความปลอดภัย ดังนั้น การได้ยินจึงเป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสที่สำคัญอย่างมากตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ

การสูญเสียการได้ยินเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

หลาย ๆ คนอาจจะยังมีภาพจำว่าอาการหูตึงนั้นเป็นเรื่องของวัย หรือเกิดขึ้นเพียงแค่ในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่จริง ๆแล้ว การสูญเสียการได้ยิน สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยเรียน หรือวัยทำงาน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยิน เช่น 

  • พันธุกรรม หรือภาวะที่มีมาตั้งแต่กำเนิด
  • ติดเชื้อในหู 
  • หูชั้นกลางอักเสบ
  • อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังนาน ๆ เช่น โรงงาน เสียงปืน หรือเสียงดนตรีดัง ๆ
  • อุบัติเหตุ เกิดการกระแทกแรง ๆ ที่ศีรษะ
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยา มียาบางชนิดที่สามารถทำลายเซลล์ประสาทหูได้
  • เสื่อมตามวัย โดยทั่วไปจะเกินขึ้นตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

เมื่อประสาทหูได้เสื่อมลงไปแล้ว ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงชะลอไม่ให้อาการแย่ลง โดยใช้ เครื่องช่วยฟัง หรือ ประสาทหูเทียม

ประเภทของการสูญเสียการได้ยิน

  • การสูญเสียการได้ยินชนิดการนำเสียงบกพร่อง  
  • การสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทหูเสื่อม
  • การสูญเสียการได้ยินชนิดผสม
  • การสูญเสียการได้ยินชนิดเส้นประสาทควบคุมการได้ยินบกพร่อง

การสูญเสียการได้ยินชนิดการนำเสียงบกพร่อง (Conductive Hearing Loss)

การสูญเสียการได้ยินชนิดนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อ “เสียงไม่สามารถเดินทางจากหูชั้นนอกไปยังหูชั้นในได้” ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของหูชั้นนอกหรือหูชั้นกลาง โดยส่วนใหญ่การสูญเสียการได้ยินชนิดการนำเสียงบกพร่องสามารถรักษาได้ ตัวอย่างเช่น 

  • การมีขี้หูอุดตันช่องหู 
  • แก้วหูทะลุหรือเสียหาย
  • การมีใบหูหรือช่องหูผิดรูปผิดร่าง 
  • การติดเชื้อและมีของเหลวในหูชั้นกลาง

ลักษณะอาการที่สักเกตได้

  • ได้ยินเสียงเบาลงหรืออู้อี้
  • ได้ยินเสียงตัวเองดังกว่าปกติ 
  • รู้สึกหูอื้อ เหมือนมีอะไรอุดอยู่
  • อาจมีน้ำหรือหนองไหลออกจากหู (ถ้าติดเชื้อ)
  • ในเด็กอาจพูดช้าหรือมีปัญหาด้านการเรียนรู้

 

การสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทหูเสื่อม (Sensorineural Hearing Loss)

การสูญเสียการได้ยินชนิดนี้ เกิดจากจากที่เซลล์ขนที่อยู่ภายใน คลอเคลีย นั้นได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ประสาทรับเสียงเกิดความบกพร่อง และการสูญเสียการได้ยินชนิดนี้เกิดขึ้นอย่างถาวร ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ 

เนื่องจากเซลล์ขนที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อส่งไปยังสมอง ไม่สามารถงอกใหม่ หรือซ่อมแซมตัวเองได้ ดังนั้น หากเซลล์ขนได้รับความเสียหาย จะส่งผลต่อการได้ยินตลอดชีวิต 

สาเหตุของอาการ ได้แก่ 

  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น 
  • กรรมพันธุ์ 
  • การสัมผัสเสียงดังเป็นเวลานาน 
  • การกินยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน

อาการที่สังเกตได้

  • ได้ยินเสียงเบาลง
  • ได้ยินเสียงไม่ชัด โดยเฉพาะ การฟังเสียงคำพูด
  • ไม่สามารถแยกแยะเสียงในที่ที่มีเสียงรบกวนได้ หรือแยกได้ค่อนข้างยาก
  • ได้ยินเสียงเพี้ยน หรือมีเสียง “หึ่ง” ในหู 
  • พูดเสียงดังโดยไม่รู้ตัว

 

การสูญเสียการได้ยินชนิดผสม (Mixed Hearing Loss)

การสูญเสียการได้ยินชนิดนี้ เป็นการสูญเสียการได้ยินแบบผสม ซึ่งเป็นการสูญเสียการได้ยินชนิดการนำเสียงบกพร่องร่วมกับชนิดประสาทหูเสื่อม สาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นผลจากปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในหูชั้นใน และหูชั้นนอก หรือหูชั้นกลาง ทางเลือกในการรักษา ได้แก่ 

  • การรักษาด้วยยา 
  • การผ่าตัด 
  • การใช้เครื่องช่วยฟัง 
  • การผ่าตัดฝังหูชั้นกลางเทียมหรือการใส่เครื่องช่วยฟังชนิดนำเสียงผ่านทางกระดูก

สาเหตุที่พบได้

  • หูชั้นกลางอักเสบ แล้วหูชั้นในก็เสื่อมร่วมด้วย
  • มีขี้หูอุดตันร่วมกับประสาทหูเสื่อมตามอายุ
  • เคยได้รับอุบัติเหตุ หรือผ่าตัดในหู แล้วมีผลกระทบหลายจุด
  • เป็นโรคพันธุกรรมที่กระทบหลายส่วนของหู

อาการที่สังเกตได้

  • ได้ยินเสียงเบาลง หรือได้ยินเสียงเพี้ยน
  • ฟังเสียงคำพูดได้ยาก โดยเฉพาะในที่มีเสียงรบกวน
  • มีเสียงดังในหู เช่น เสียงวิ้ง 
  • ขอคนให้อื่นพูดซ้ำบ่อย ๆ 
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดหู หรือหูอื้ออยู่ตลอด

 

การสูญเสียการได้ยินชนิดเส้นประสาทควบคุมการได้ยินบกพร่อง (Auditory Nerve Deficiency)

การสูญเสียการได้ยินชนิดนี้ เกิดจากการไม่มีเส้นประสาทรับเสียงหรือเส้นประสาทรับเสียงเกิดความเสียหาย ทำให้เสียงไม่สามารถส่งผ่านไปยังสมองได้ เป็นผลให้ผู้ป่วยสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร 

โดยเครื่องช่วยฟัง และประสาทหูเทียมไม่สามารถใช้ได้ในกรณีนี้ เนื่องจากเส้นประสาทไม่สามารถจะส่งผ่านข้อมูลเสียงไปยังสมองได้ ทางเลือกในการรักษาคือ การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมชนิดฝังที่ก้านสมอง (Auditory Brainstem Implant: ABI) 

การได้ยินไม่ใช่แค่เรื่องของ “เสียง” แต่เป็นเรื่องของ “คุณภาพชีวิต” เพราะการได้ยินเสียงคนที่เรารัก คือความสุขที่มีค่า

หากคุณหรือคนในครอบครัวมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากตรวจเจอตั้งแต่เนิ่น ๆ การดูแลรักษาจะมีประสิทธิภาพ และได้ผลดียิ่งขึ้น

สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับโรคหูเพิ่มเติมได้ที่ บทความ

image by Freepik

Line Official : @hearlifeth

Facebook: https://www.m.me/hearlifethai

MAKE AN APPOINTMENT