
ในปัจจุบันเราต้องเผชิญกับเสียงดังอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเสียงจากหูฟัง เสียงการจราจร เสียงการก่อสร้าง หรือเสียงจากคอนเสิร์ต ปัญหาการสูญเสียการได้ยินเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด แต่หลาย ๆ คนมักจะมองข้าม จนกระทั่งเมื่อปัญหาการได้ยินเกิดขึ้นกับตัวเองพึ่งจะมาแก้ไขก็สายไปเสียแล้ว
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักนิสัยเสียเกี่ยวกับการได้ยินที่ควรปรับ และอุปกรณ์ป้องกันสำหรับคนที่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกับเสียงดัง เพื่อให้การได้ยินของคุณอยู่คู่กับคุณไปอย่างยาวนาน
ทำไมเราต้องใส่ใจเรื่องการได้ยิน
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ประชากรทั่วโลกกว่า 1.5 พันล้านคน มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.5 พันล้านคนในปี 2050 และมากกว่า 80% มีความเสี่ยงจาก เสียงดังชีวิตประจำวัน
ในประเทศไทย ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (2565) ระบุว่า มีคนไทยที่มีปัญหาการได้ยินประมาณ 410,000 คนจากผู้พิการทั้งหมด 4.19 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 18.6%
และที่น่าเป็นห่วงก็คือกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงานมีแนวโน้มที่จะสูญเสียการได้ยินมากขึ้น จากพฤติกรรมการฟังเพลงผ่านหูฟังต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือการทำงานในที่เสียงดังโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสม
ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้ในชีวิตประจำวัน
หลายคนอาจจะไม่รู้ตัวว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้การได้ยินของเราแย่ลง เช่น
- ฟังเสียงดังเกิน 85 dB ติดต่อกันนานเกิน 1 ชั่วโมง
- เสียงจากรถบนถนน เสียงแตรรถ เสียงท่อมอเตอร์ไซค์แต่ง
- การฟังเสียงในคอนเสิร์ต หรือภาพยนตร์ที่เสียงดังเกินมาตรฐาน
- ใช้งานเครื่องจักร หรือเครื่องมือช่าง โดยไม่ใส่ที่อุดหู
การฟังเสียงที่ดังเกิน 85 เดซิเบล (dB) ติดต่อกันนานเกิน 8 ชั่วโมง จะทำให้เซลล์ประสาทหูเริ่มถูกทำลายอย่างถาวร และไม่สามารถฟื้นฟูได้
วิธีป้องกัน และพฤติกรรมที่ควรปรับ
พฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ สามารถช่วยยืดอายุการได้ยิน และช่วยลดการสูญเสียการได้ยินได้
ลดระดับเสียงหูฟังลง
- ควรปรับระดับเสียงให้อยู่ไม่เกิน 60% ของความดังสูงสุด
- ใช้หูฟังแบบตัดเสียงรบกวน เพื่อไม่ต้องเปิดเสียงดังเพื่อกลบเสียงภายนอก
- ควรถอดหูฟังเพื่อพักหูทุกชั่วโมง
หลีกเลี่ยงการฟังเสียงดังนาน ๆ
- ลีกเลี่ยงการอยู่ในที่เสียงดังเกิน 85 dB เกิน 8 ชั่วโมง
- หากจำเป็นให้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียง เช่น ที่อุดหู หรือหูฟังครอบหู
หลีกเลี่ยงการแคะหู
- การใช้ไม้แคะหู หรือคอตตอนบัด อาจทำให้แก้วหูทะลุ หรือขี้หูอุดตันได้
- หากรู้สึกอุดตันมาก ๆ ให้พบแพทย์เพื่อล้างหู หรือดูดขี้หูออก
ควรงดหรือลดการสูบบุหรี่
- งานวิจัยจาก Harvard Medical School ระบุว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียการได้ยินมากกว่าคนทั่วไป 1.69 เท่า
- นิโคตินส่งผลให้หลอดเลือดตีบ ส่งผลต่อเลือดที่ไปเลี้ยงหูชั้นใน
สิ่งที่ควรทำเพื่อสุขภาพหูที่ดี
ตรวจการได้ยินประจำปี
- ควรตรวจการได้ยินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
พักหูบ่อย ๆ
- หลังจากใช้หูฟัง หรืออยู่ในที่เสียงดัง ควรพักหูอย่างน้อย 10-15 นาที
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- การออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น
หลีกเลี่ยงยาที่มีผลต่อการได้ยิน
- ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง
อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน
ที่อุดหู (Earplugs)
- ใช้งานง่าย พกพาสะดวก เหมาะสำหรับคอนเสิร์ต
ที่ครอบหู (Earmuffs)
- ป้องกันเสียงได้มากกว่าที่อุดหู
- เหมาะกับงานอุตสาหกรรม
หูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise Canceling Headphones)
- สามารถลดเสียงรอบข้าง ทำให้เราไม่ต้องเปิดเสียงดังกลบ
- เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย
กลุ่มที่ต้องระวังเรื่องการได้ยินเป็นพิเศษ
เด็กเล็ก
- หูยังบอกบาง และอยู่ในช่วงพัฒนา
- อย่าให้เด็กฟังเสียงผ่านหูฟังนานเกิน 30 นาทีต่อวัน
- ควรตรวจการได้ยินในช่วงขวบปีแรก
วัยรุ่น
- ใช้หูฟังเป็นประจำ และส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าเปิดเสียงดังเกินไป
วัยทำงาน
- ผู้ที่อยู่กับเสียงดังเป็นประจำ จะมีความเสี่ยงหูเสื่อมก่อนวัย
- ควรพกที่อุดหูติดตัว และตรวจการได้ยินเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง
ผู้สูงอายุ
- หูเสื่อมตามวัย
- หากเริ่มได้ยินไม่ชัด ควรพบแพทย์เพื่อหาแนวทางป้องกัน เพื่อไม่ให้การได้ยินแย่ลง
การตรวจการได้ยินเป็นประจำคือสิ่งสำคัญ
- ช่วยให้รู้ว่าหูของเรามีสุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง และจะได้ปรับพฤติกรรมการฟังเสียงก่อนสายไป
- ช่วยชะลอการสูญเสียการได้ยิน และสามารถวางแผนการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น
- ตรวจเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง
ป้องกันดี สุขภาพหูดี
ในยุคที่คนใช้ชีวิตกับหูฟังมากขึ้น การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการได้ยินของเรานั้น หากสูญเสียไปแล้วจะไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ ดังนั้นเราควรใส่ใจกับสุขภาพหูมากขึ้น ปรับพฤติกรรมการฟังให้ดีขึ้น เช่น ลดเสียงหูฟังลง ใส่ที่อุดหูเมื่ออยู่ในที่เสียงดัง หลีกเลี่ยงการฟังเสียงที่ดังนานจนเกินไป และตรวจการได้ยินเป็นประจำทุกปี เริ่มวันนี้ ปรับวันนี้ เพื่อสุขภาพการได้ยินที่ดีขึ้น
สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับโรคหูเพิ่มเติมได้ที่ บทความ
image by Freepik
Line Official : @hearlifeth
Facebook: https://www.m.me/hearlifethai