
อยากให้ทุกคนลองนึกภาพว่า ถ้าในเช้าวันหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาแล้วโลกทั้งใบเงียบสนิท ไม่มีเสียงนาฬิกา ไม่มีเสียงจากคนในบ้าน ไม่มีเสียงใด ๆ ที่เราสามารถได้ยินได้ เมื่อถึงเวลานั้นเราจะรู้สึกยังไง ?
การได้ยิน ไม่ใช่แค่ช่วยให้เรา “ได้ยิน” แต่มันคือส่วนสำคัญของการดำเนินชีวิตประจำวัน เริ่มตั้งแต่การพูดคุย การเรียนรู้ การทำงาน จนไปถึงการฟังเสียงเตือนภัยเพื่อความปลอดภัย ดังนั้น การได้ยินจึงเป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสที่สำคัญอย่างมากตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ
การสูญเสียการได้ยินเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
หลาย ๆ คนอาจจะยังมีภาพจำว่าอาการหูตึงนั้นเป็นเรื่องของวัย หรือเกิดขึ้นเพียงแค่ในผู้สูงอายุเท่านั้น แต่จริง ๆแล้ว การสูญเสียการได้ยิน สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยเรียน หรือวัยทำงาน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยิน เช่น
- พันธุกรรม หรือภาวะที่มีมาตั้งแต่กำเนิด
- ติดเชื้อในหู
- หูชั้นกลางอักเสบ
- อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียงดังนาน ๆ เช่น โรงงาน เสียงปืน หรือเสียงดนตรีดัง ๆ
- อุบัติเหตุ เกิดการกระแทกแรง ๆ ที่ศีรษะ
- ผลข้างเคียงจากการใช้ยา มียาบางชนิดที่สามารถทำลายเซลล์ประสาทหูได้
- เสื่อมตามวัย โดยทั่วไปจะเกินขึ้นตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
เมื่อประสาทหูได้เสื่อมลงไปแล้ว ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงชะลอไม่ให้อาการแย่ลง โดยใช้ เครื่องช่วยฟัง หรือ ประสาทหูเทียม
ประเภทของการสูญเสียการได้ยิน
- การสูญเสียการได้ยินชนิดการนำเสียงบกพร่อง
- การสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทหูเสื่อม
- การสูญเสียการได้ยินชนิดผสม
- การสูญเสียการได้ยินชนิดเส้นประสาทควบคุมการได้ยินบกพร่อง
การสูญเสียการได้ยินชนิดการนำเสียงบกพร่อง (Conductive Hearing Loss)
การสูญเสียการได้ยินชนิดนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อ “เสียงไม่สามารถเดินทางจากหูชั้นนอกไปยังหูชั้นในได้” ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของหูชั้นนอกหรือหูชั้นกลาง โดยส่วนใหญ่การสูญเสียการได้ยินชนิดการนำเสียงบกพร่องสามารถรักษาได้ ตัวอย่างเช่น
- การมีขี้หูอุดตันช่องหู
- แก้วหูทะลุหรือเสียหาย
- การมีใบหูหรือช่องหูผิดรูปผิดร่าง
- การติดเชื้อและมีของเหลวในหูชั้นกลาง
ลักษณะอาการที่สักเกตได้
- ได้ยินเสียงเบาลงหรืออู้อี้
- ได้ยินเสียงตัวเองดังกว่าปกติ
- รู้สึกหูอื้อ เหมือนมีอะไรอุดอยู่
- อาจมีน้ำหรือหนองไหลออกจากหู (ถ้าติดเชื้อ)
- ในเด็กอาจพูดช้าหรือมีปัญหาด้านการเรียนรู้
การสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทหูเสื่อม (Sensorineural Hearing Loss)
การสูญเสียการได้ยินชนิดนี้ เกิดจากจากที่เซลล์ขนที่อยู่ภายใน คลอเคลีย นั้นได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ประสาทรับเสียงเกิดความบกพร่อง และการสูญเสียการได้ยินชนิดนี้เกิดขึ้นอย่างถาวร ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
เนื่องจากเซลล์ขนที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อส่งไปยังสมอง ไม่สามารถงอกใหม่ หรือซ่อมแซมตัวเองได้ ดังนั้น หากเซลล์ขนได้รับความเสียหาย จะส่งผลต่อการได้ยินตลอดชีวิต
สาเหตุของอาการ ได้แก่
- อายุที่เพิ่มมากขึ้น
- กรรมพันธุ์
- การสัมผัสเสียงดังเป็นเวลานาน
- การกินยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน
อาการที่สังเกตได้
- ได้ยินเสียงเบาลง
- ได้ยินเสียงไม่ชัด โดยเฉพาะ การฟังเสียงคำพูด
- ไม่สามารถแยกแยะเสียงในที่ที่มีเสียงรบกวนได้ หรือแยกได้ค่อนข้างยาก
- ได้ยินเสียงเพี้ยน หรือมีเสียง “หึ่ง” ในหู
- พูดเสียงดังโดยไม่รู้ตัว
การสูญเสียการได้ยินชนิดผสม (Mixed Hearing Loss)
การสูญเสียการได้ยินชนิดนี้ เป็นการสูญเสียการได้ยินแบบผสม ซึ่งเป็นการสูญเสียการได้ยินชนิดการนำเสียงบกพร่องร่วมกับชนิดประสาทหูเสื่อม สาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นผลจากปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในหูชั้นใน และหูชั้นนอก หรือหูชั้นกลาง ทางเลือกในการรักษา ได้แก่
- การรักษาด้วยยา
- การผ่าตัด
- การใช้เครื่องช่วยฟัง
- การผ่าตัดฝังหูชั้นกลางเทียมหรือการใส่เครื่องช่วยฟังชนิดนำเสียงผ่านทางกระดูก
สาเหตุที่พบได้
- หูชั้นกลางอักเสบ แล้วหูชั้นในก็เสื่อมร่วมด้วย
- มีขี้หูอุดตันร่วมกับประสาทหูเสื่อมตามอายุ
- เคยได้รับอุบัติเหตุ หรือผ่าตัดในหู แล้วมีผลกระทบหลายจุด
- เป็นโรคพันธุกรรมที่กระทบหลายส่วนของหู
อาการที่สังเกตได้
- ได้ยินเสียงเบาลง หรือได้ยินเสียงเพี้ยน
- ฟังเสียงคำพูดได้ยาก โดยเฉพาะในที่มีเสียงรบกวน
- มีเสียงดังในหู เช่น เสียงวิ้ง
- ขอคนให้อื่นพูดซ้ำบ่อย ๆ
- รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดหู หรือหูอื้ออยู่ตลอด
การสูญเสียการได้ยินชนิดเส้นประสาทควบคุมการได้ยินบกพร่อง (Auditory Nerve Deficiency)
การสูญเสียการได้ยินชนิดนี้ เกิดจากการไม่มีเส้นประสาทรับเสียงหรือเส้นประสาทรับเสียงเกิดความเสียหาย ทำให้เสียงไม่สามารถส่งผ่านไปยังสมองได้ เป็นผลให้ผู้ป่วยสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร
โดยเครื่องช่วยฟัง และประสาทหูเทียมไม่สามารถใช้ได้ในกรณีนี้ เนื่องจากเส้นประสาทไม่สามารถจะส่งผ่านข้อมูลเสียงไปยังสมองได้ ทางเลือกในการรักษาคือ การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมชนิดฝังที่ก้านสมอง (Auditory Brainstem Implant: ABI)
การได้ยินไม่ใช่แค่เรื่องของ “เสียง” แต่เป็นเรื่องของ “คุณภาพชีวิต” เพราะการได้ยินเสียงคนที่เรารัก คือความสุขที่มีค่า
หากคุณหรือคนในครอบครัวมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากตรวจเจอตั้งแต่เนิ่น ๆ การดูแลรักษาจะมีประสิทธิภาพ และได้ผลดียิ่งขึ้น
สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับโรคหูเพิ่มเติมได้ที่ บทความ
image by Freepik
Line Official : @hearlifeth
Facebook: https://www.m.me/hearlifethai